HUMANRIGHTS:เปิดใจเด็กนักเรียนอักษร G ดีใจได้รับสิทธิการศึกษา ขอตั้งใจเรียน ทำงานที่ดีตอบแทนสังคมไทย หวังได้รับสัญชาติไทย ขณะที่กรมการปกครอง แจงสิทธิที่ได้รับตามกฏหมาย ทั้งบัตรสีขาว-ชมพู-บัตรประชาชน
วันที่ 3 เม.ย.69 นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง ร่วมเปิดกิจกรรม “สานต่อพระเมตตา พัฒนาสถานะเด็กนักเรียนอักษร G เพื่อเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ 2 เมษายน 2569 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี” กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่โรงเรียนไทรโยคมณีกาญน์วิทยา อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งได้มอบบัตรประจำตัวสถานะบุคคลผู้ไม่มีสัญชาติไทยให้กับเด็กนักเรียนที่มีเลขประจำตัวขึ้นต้นด้วยอักษร G ในพื้นที่ จังหวัดกาญจนบุรี จำนวน 1,000 ราย จาก 3 อำเภอ คือ อำเภอเมืองกาญจนบุรี อำเภอทองผาภูมิ และ อำเภอไทรโยค
“หนูดีใจมากค่ะที่ได้รับบัตรประจำตัว หนูจะตั้งใจเรียนเพื่อต่อไปจะได้รับสิทธิได้สัญชาติไทย ตอนนี้พวกหนูอยู่ ป.2 โตขึ้นอยากเป็นครู “
ด.ญ.ปาริฉัตร ด.ญ.ปิยฉัตร และ ด.ญ.เบ้ ตอบด้วยรอยยิ้มที่ได้รับบัตรประจำตัวบุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียน คนไร้สัญชาติ ในวัย 8 ปี แม้จะเป็นเพียงบัตรสีขาว ที่ไม่ใช่บัตรประจำตัวประชาชน หรือได้สัญชาติไทย แต่ทำให้พวกเธอได้รับสิทธิการเรียน เพราะเกิดในประเทศไทย
เช่นเดียวกับ น.ส.แป้ง อายุ 17 ปี น้ำตาคลอ ที่ได้รับบัตรสีชมพู เพราะรอมานานที่ได้รับบัตรสีชมพู เธอรู้สึกดีใจและตื่นเต้น เพราะจะเป็นโอกาสที่ได้เรียนหนังสือ ซึ่งตามหลักเกณฑ์ถ้าเรียนจบปริญญาตรี ก็จะได้ขอสัญชาติไทยต่อไป
“หนูดีใจมากค่ะที่ได้รับแม้ยังเป็นบัตรสีชมพูผู้ไม่มีสัญชาติ แต่จะได้สิทธิในการเรียนหนังสือ เดินทางออกนอกพื้นที่ และสิทธิรักษาพยาบาล หนูจึงตั้งใจอยากเรียนให้จบเภสัชกร และต่อไปจะได้ขอสัญชาติไทยได้ และหวังว่าโอกาสที่ได้รับจะได้มีกำลังใจการการเรียน และต่อยอดได้มากกว่า ที่ผ่านมาก็มีปัญหาในการเดินทางรักษาตัวที่โรงพยาบาล”
น.ส.ตะวัน ชั้น ม.5 เช่นเดียวกับ ด.ญ.ปิน ชั้น ม.4 ก็ดีใจที่ได้รับโอกาส และมีกำลังใจที่เรียนต่อให้จบ เพื่อจะได้สิทธิขอสัญชาติไทย เพราะที่ผ่านมามีชีวิตที่ยากลำบาก แม้เกิดในประเทศไทย แต่เมื่อมีโอกาสแล้ว จะได้เรียนหนังสือตามความใฝ่ฝันที่อยากเป็นครู
กรมการปกครองในฐานะสำนักทะเบียนกลางได้ปรับปรุงระเบียบเพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาเด็กนักเรียนอักษร G ครอบคลุมไปยังบุตรแรงงานต่างด้าว ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2568 ซึ่งได้มีการปฏิบัติในโครงการนี้เป็นแห่งแรก เพื่อให้เด็กได้รับการกำหนดสถานะที่ถูกต้อง และเป็นการคุ้มครองให้ได้รับสิทธิตามกฎหมาย
นายบัณฑิต นามเครือ ผู้อำนวยการส่วนสัญชาติและการทะเบียน และบัตรประจำตัวบุคคลผู้ไม่มีสัญชาติไทย กรมการปกครอง เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการดำเนินการจัดการทางการทะเบียนแก่บุคคลที่ไร้รัฐไร้สัญชาติ ว่า ตามมติ ครม. มีการจัดการทางทะเบียนของเด็กไร้รัฐไร้สัญชาติไปแล้ว 400,000 กว่าราย ที่อยู่ในระบบทะเบียนแล้ว แต่ยังมีเด็กอีกจำนวนหนึ่งคือ เด็กอักษร G ที่ยังไม่อยู่ในระบบทะเบียน จึงจัดกลุ่มตามสถานะที่ถูกต้อง
กลุ่มที่ 1 เด็กไม่มีสถานะทางทะเบียนที่เป็นบุคคลไร้รัฐไร้สัญชาติที่อยู่ในประเทศไทย ก็จะได้มีบัตรประจำตัวเลข 0 เป็นบัตรสีขาว โดยส่วนใหญ่ จะเป็นกลุ่มชนชาติพันธุ์ที่เข้าใจว่าเป็นลูกชาติพันธุ์กระเหรี่ยง มอญ ที่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่ไม่ได้แจ้งเกิด ก็จะได้เลข 0 ซึ่งต้องไปพิสูจน์ตัวตนว่าเกิดในประเทศไทย ถึงจะไปเข้าในกลุ่มที่ 3 ที่ขอสัญชาติได้ โดยในเขตอำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี ดำเนินการเกือบครบทุกคนแล้ว จำนวน 1,000 กว่าคน ภายใน 2 สัปดาห์ที่เรามาลงพื้นที่
สำหรับสิทธิ์ของเด็กกลุ่มที่ 1 เลข 0 บัตรสีขาว จะได้รับสิทธิ์ขั้นพื้นฐานการศึกษาการรักษาพยาบาล มีโอกาสที่หากเรียนจบในประเทศไทยแล้วจะขอสัญชาติได้
กลุ่มที่ 2 คนที่มีพ่อแม่เป็นแรงงานต่างด้าว ก็จะมีบัตรประจำตัวที่เป็นเลข 00 ระบุว่า เป็นบุตรแรงงานต่างด้าวที่เรียนอยู่ในประเทศไทย และเกิดในประเทศไทย เพื่อให้ระบุตัวตนได้ และมีหลักฐานทางทะเบียน เป็นบัตรสีชมพู จากเดิมว่าไม่มีตัวตน ไม่รู้ว่าชื่ออะไร ซึ่งกลุ่มนี้เพิ่งมีมติ ครม.20 เม.ย.68 โดยได้ดำเนินการที่นี่เป็นที่แรก จากเดิมลูกแรงงานต่างด้าวจะไม่มีการทำบัตรประจำตัวให้ ซึ่งเป็นปัญหา จึงมีหลักเกณฑ์ใหม่ที่ให้สำรวจทำบัตรประจำตัวไว้ก่อน แต่ยังไม่มีไม่มีสิทธิ์อะไรแต่ให้มีตัวตนเพื่อให้สามารถมาวางนโยบายของผู้บริหารว่าช่วยเหลือดูแลได้อย่างไร
“สิทธิ์ของกลุ่มที่ 2 คือให้มีหลักฐานทางทะเบียนไว้ก่อน และจะเป็นขั้นตอนในการขอเสนอไปยัง ครม. กระทรวงมหาดไทย ให้เห็นว่ามีกลุ่มเหล่านี้เพิ่มขึ้นมา และให้หน่วยงานความมั่นคงเห็นควรว่าควรแก้ไขให้สิทธิกลุ่มนี้อย่างไร”
กลุ่มที่ 3 ผู้ได้รับสัญชาติไทยตามมาตรา 7 ทวิ วรรคสอง ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2567 ที่เร่งรัดการแก้ไขปัญหาสัญชาติของกลุ่มบุตรผู้ที่เกิดในประเทศไทย แต่ไร้สัญชาติและมีบิดามารดาอพยพมาเป็นเวลานาน ถือเป็นกลุ่มคนที่ไร้สัญชาติ แต่มีใบเกิดถูกต้องชัดเจน ก็จะได้สัญชาติไทย และได้บัตรประจำตัวประชาชน
นายบัณฑิต กล่าวอีกว่า การขอสัญชาติไทยมี 2 ลักษณะ หากพ่อแม่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์แบบกลุ่มที่ 1 สามารถขอสัญชาติได้ทันที แต่หากไม่ได้มีพ่อแม่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ จะต้องตั้งใจเรียนจนจบปริญญาตรี จึงจะได้สัญชาติไทย โดยในโรงเรียนนี้ก็มีคนที่ได้สัญชาติ และสอบบรรจุเป็นครู กลับมาสอนด้วยเช่นกัน
“เด็กตัว G มีสิทธิ์ในการศึกษาอยู่แล้ว เพียงแต่ไม่มีรายงานในทะเบียนบ้านที่จะมีตัวตน ก็ให้สิทธิ์เขา และหากเมื่อทำความผิด ก็จะได้รู้ว่าเป็นใคร หากเด็กไม่มีหลักฐานทางทะเบียนอะไรเลย แล้วปล่อยว่างจะเกิดการสวมสิทธิ์ ทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง และเกิดปัญหา ซึ่งหากมีการทำรายการเป็นเด็กใน 3 กลุ่มข้างต้นแล้ว จะไม่สามารถไปสวมสิทธิ์เป็นใครได้ จะขึ้นข้อมูลซ้อนขึ้นมา”
นายบัญฑิต กล่าวว่า วันนี้ตนดีใจได้เจอน้องที่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ เกิดในประเทศไทย และได้รับสัญชาติไทย เมื่อครั้งที่ตนเป็นปลัดอำเภอที่ อ.ทองผาภูมิ แล้ววันนี้น้องได้มาเป็นครูที่โรงเรียนไทรโยคมณีกาญน์วิทยาถือเป็นตัวอย่างของเด็กที่ได้รับสัญชาติแล้วตั้งใจเรียน สอบติดราชการครู และเป็นตัวอย่างให้กับเด็กๆที่ได้เรียนหนังสือ ทำงานที่ดี เป็นอนาคตในการช่วยพัฒนาประเทศไทย
“หนูขอยื่นสัญชาติไทย ตั้งแต่ ม.3 -ม.6 แต่มาได้บัตรประชาชนสัญชาติไทยตอนเรียน ปี 4 ของการเรียนปริญญาตรี เมื่อได้รับก็สามารถยื่นขอสอบบรรจุข้าราชการได้ เกิดปี 2538 และได้บัตรพื้นที่ราบสูง เลข 0 เมื่อได้บัตรอักษร G ได้เรียนหนังสือ จึงตั้งใจเรียนสู้เรื่องนี้มากว่า 10 ปี และเป็นโอกาสของเด็กอย่างพวกเรา ที่จะทำให้มีอนาคตและเป้าหมายในชีวิต เพราะจะรู้สึกผิดหวัง รู้สึกเปรียบเทียบกับคนอื่นๆ ไม่รู้จะเดินไปทางไหนของชีวิต”
น.ส.กัญจย์อมล กาญจนดำรงสกุล ครู โรงเรียนไทรโยคมณีกาญน์วิทยา เล่าถึงความภาคภูมิใจที่ได้รับสัญชาติไทยและได้เป็นครูทำงานตอบแทนสังคมไทย
รายงาน : ฐปณีย์ เอียดศรีไชย/สริตา เรืองจิต
ภาพ : ธนาภรณ์ วุฒิสนธิ์
แหล่งที่มาของข่าว : https://web.facebook.com/TheReportersTH
![]()
Total Views: 18

