ป.ป.ช.เผยปฏิบัติการจับใหญ่ ‘นอภ.เวียงแหง-พวก13 คน’ล้างบางทุจริตให้สิทธิคนต่างด้าวอยู่ไทย

ป.ป.ช. เผยแพร่ปฏิบัติการสนธิกำลัง ‘ป.ป.ท.-ปปป.-ปค.- DSI ตัดหมอกเวียงแหงปราบขบวนการทุจริตให้คนต่างด้าวมีสิทธิอาศัยถาวรในประเทศไทยมิชอบ เข้าตรวจค้นจับกุมใหญ่ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตฯ  14 ราย ‘นายอำเภอ-ปลัดฯ-เจ้าหน้าที่- กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน-กลุ่มนายหน้า’ โดนหมด ส่งตัว บก.ปปป. ดำเนินคดีต่อไป


สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า เมื่อวันที่ 18  พฤศจิกายน  2568 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่ข่าวเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนคดีทุจริต สำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 5 เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนคดีทุจริต สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดเชียงใหม่ และสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดพะเยา ร่วมกับกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) สำนักงาน ป.ป.ท. กรมการปกครอง และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เปิดปฏิบัติการตัดหมอกเวียงแหง ปราบขบวนการทุจริตเพื่อให้คนต่างด้าวมีสิทธิอาศัยถาวรในประเทศไทยโดยมิชอบ เข้าตรวจค้นจับกุมผู้ต้องหา ตามหมายจับของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 5 จำนวน 14 ราย 

แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ประกอบด้วย

ผู้ต้องหากลุ่มที่ 1 เจ้าหน้าที่ของรัฐ จำนวน 7 ราย ประกอบด้วย

1. นายอำเภอเวียงแหง

2. ปลัดอำเภอเวียงแหง ฝ่ายงานทะเบียนและบัตร จำนวน 2 ราย

3. เจ้าหน้าที่ธุรการอำเภอเวียงแหง ทำหน้าที่งานทะเบียน จำนวน 4 ราย

ผู้ต้องหากลุ่มที่ 2 กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จำนวน 4 ราย ประกอบด้วย

4. กำนันตำบลเมืองแหง

5. ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 ตำบลเมืองแหง

6. ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 9 ตำบลเมืองแหง

7. ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 ตำบลแสนไห

ผู้ต้องหากลุ่มที่ 3 นายหน้า/ผู้ขอทำบัตร จำนวน 3 ราย ประกอบด้วย

8. กลุ่มหน้านาย จำนวน 2 ราย

9. กลุ่มผู้ขอทำบัตร จำนวน 1 ราย

ผู้ต้องหากลุ่มที่ 1 และที่ 2 ต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต และเป็นเจ้าพนักงานของรัฐ ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172

ผู้ต้องหากลุ่มที่ 3 ต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “เป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต, เป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานของรัฐ ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86

โดยชุดปฏิบัติการจับกุมตรวจค้นได้ร่วมกันนำหมายค้นของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 5 เข้าทำการตรวจค้นเป้าหมาย รวม 12 จุด เพื่อพบตัวบุคคลผู้มีหมายจับและเพื่อพบสิ่งของและพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง โดยผลการตรวจค้นมีการตรวจยึดสิ่งของและพยานหลักฐานเพื่อนำมาประกอบการสอบสวนจำนวนหลายรายการ เช่น เอกสารคำขอมีบัตรประจำตัวบุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียน ภาพถ่ายของบุคคลผู้ยื่นคำขอภายในบ้านของนายหน้า และอาวุธปืน เป็นต้น

1297232

1297230

พฤติการณ์ในการกระทำความผิดสืบเนื่องจากคณะรัฐมนตรี ได้มีมติเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2567 กำหนดหลักเกณฑ์เพื่อเร่งรัดการแก้ไขปัญหาสัญชาติและสถานะบุคคลให้แก่บุคคลที่อพยพเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรเป็นเวลานานและกลุ่มบุตรที่เกิดในราชอาณาจักร โดยมีกลุ่มบุคคลเป้าหมายที่มีรายการทะเบียนที่มีสิทธิยื่นคำขอต่อนายทะเบียนท้องที่ทั่วประเทศ จำนวน 483,626 คน แยกเป็นบุคคลต่างด้าวที่ยื่นขอสถานะถิ่นที่อยู่ถาวร จำนวน 340,101 คน และกลุ่มบุตรที่เกิดในราชอาณาจักร จำนวน 143,525 คน ซึ่งในช่วงแรก กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ได้กำหนดช่วงเวลาให้กลุ่มบุคคลต่างด้าวตามที่มีรายการสามารถยื่นคำขอมีสถานะต่อนายทะเบียนท้องที่ได้ ซึ่งในเขตพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่มีผู้ที่มีสิทธิยื่นคำขอ จำนวน 97,000 คน จากนั้นได้พบข้อมูลว่ามีกลุ่มนายหน้าและเจ้าหน้าที่ของรัฐในพื้นที่อำเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่ มีพฤติการณ์ในการเรียกรับผลประโยชน์

หน่วยงานตรวจสอบ จึงได้บูรณาการร่วมกัน 5 หน่วยงาน ประกอบด้วย สำนักงาน ป.ป.ช. สำนักงาน ป.ป.ท. บก.ปปป. กรมการปกครอง และกรมสอบสวนคดีพิเศษ ร่วมกันสืบสวนเกี่ยวกับการทุจริตการทำบัตรของบุคคลต่างด้าวตามที่ได้รับแจ้งเบาะแส จากการสืบสวนพบข้อมูลว่าในการดำเนินการจัดทำบัตรจะมีกลุ่มนายหน้าดำเนินการติดต่อกับกลุ่มบุคคลต่างด้าวที่ต้องการทำบัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน แม้บุคคลต่างด้าวผู้นั้นจะไม่มีสิทธิหรือคุณสมบัติก็สามารถจัดทำให้ได้ ซึ่งจะมีกลุ่มของนายหน้า กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในพื้นที่ เป็นผู้รับรองบุคคลและจัดหารายชื่อของชาวบ้านที่สนใจ จากนั้นจะส่งรายชื่อให้เจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งทำหน้าที่ด้านงานทะเบียนในอำเภอเวียงแหง เพื่อดำเนินการออกบัตรประจำตัวบุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียนให้กับกลุ่มบุคคลที่ยื่นผ่านกลุ่มนายหน้าดังกล่าว โดยจากการสืบสวนพบว่ามีเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปเกี่ยวข้องกับกลุ่มที่ได้รับการทำบัตรในส่วนของขั้นตอนการอนุมัติ อนุญาต การทำเอกสาร การรับรอง การคืนรายการ และการถ่ายบัตร อันมีลักษณะเป็นการแบ่งหน้าที่กันทำ

ผู้ต้องหากลุ่มที่ 1 ปฏิบัติหน้าที่นายทะเบียน และผู้ช่วยนายทะเบียน จะทำหน้าที่ในการอนุมัติ อนุญาต และบันทึกถ้อยคำตามแบบ (ปค.14) เพื่ออนุมัติคืนรายการบุคคลต่างด้าว จากนั้นจะอนุญาตให้ทำบัตรแก่บุคคลต่างด้าว โดยที่บุคคลต่างด้าวไม่มีสิทธิหรือคุณสมบัติที่จะได้รับบัตรประจำตัวบุคคลต่างด้าวแต่อย่างใด อันเป็นการจัดทำเอกสารและรับรองเอกสารเท็จ

ผู้ต้องหากลุ่มที่ 2 และที่ 3 เป็นผู้นำท้องที่และนายหน้าในพื้นที่ มีหน้าที่ในการจัดหาบุคคลต่างด้าวที่ต้องการทำบัตรประจำตัวบุคคลต่างด้าว ส่งให้กับผู้ต้องหากลุ่มที่ 1 จากนั้นจะมีการจัดทำเอกสารและรับรองบุคคลให้ครบขั้นตอนเพื่อจัดทำบัตร บางรายมีการนำรายการของบุคคลต่างด้าวรายอื่นมาให้บุคคลต่างด้าวที่จัดหามาสวมรายการทำบัตรอันมีลักษณะเป็นการสวมบัตร

ต่อมา กรมการปกครองซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการอนุมัติ อนุญาตในการทำบัตรของบุคคลต่างด้าว และเป็นหน่วยงานที่ขับเคลื่อนนโยบายตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2567 จึงได้เข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน บก.ปปป. และมีการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อยื่นคำร้องขอหมายจับต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 5 จำนวน 30 ราย และขอหมายค้น จำนวน 12 จุด

pidsdssd

ต่อมาในวันที่ 18 พฤศจิกายน 2568 จึงได้ร่วมกันตรวจค้นตามหมายค้น จำนวน 12 จุด และจับกุมบุคคลตามหมายจับได้ จำนวน 14 ราย ส่งตัวให้พนักงานสอบสวน บก.ปปป. ดำเนินคดีต่อไป

อย่างไรก็ดี สำนักงาน ป.ป.ช.ระบุว่า ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด

ที่มาของแหล่งข่าว https://www.isranews.org/article/isranews-news/143341-invesnewsszxzxd.html

Loading

Total Views: 260